วันศุกร์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2557

แกะรอยศาสดา (นบีนูฮฺ1 )
   
 
 
  
   
 
เรื่องราว ประวัติ ของนบีนูฮฺ
 
 





เรื่องราวของนบีนูฮฺ (โนอาห์)

ตอนที่ 1   

     เขาคือนูฮฺ อิบนุลามิก อิบนุมิโตชิลค์ อิบนุอีโนค อิบนุยารด์ อิบนุมะฮฺละบีล อิบนุกินาน อิบนุอาโนช อิบนุเซธ อิบนุอาดัมบิดาแห่งมนุษยชาติตามประวัติศาสตร์ของชาวคัมภีร์ 1 ระยะเวลาระหว่างการเกิดของนูฮฺและการตายของอาดัมคือ 146 ปี 2 แต่อิบนุอับบาสได้เล่าว่าท่านนบีมุฮัมมัดได้กล่าวว่า : “ระยะเวลาระหว่างอาดัมกับนูฮฺคือสิบศตวรรษ” 3  


           1.“ชาวคัมภีร์” หมายถึงชาวยิวและคริสเตียนดังที่อัลลอฮฺทรงเรียกพวกนี้ เพราะคนพวกนี้ได้รับคัมภีร์ที่ถูกประทานมา นั่นคือ เตารอต, ษะบูรฺ และอินญีล ชื่อเหล่านี้ได้ถูกแปลออกเป็นภาษาอังกฤษว่า Torah, Psalms, Gospels ตามลำดับ แต่ต้นฉบับที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ถูกเปลี่ยนแปลงแก้ไขไปเป็นจำนวนมาก ในบรรดาคัมภีร์ที่พระผู้เป็นเจ้าประทานมานั้น มีเพียงคัมภีร์กุรอานที่ยังคงเหมือนเดิมเช่นเดียวกับเมื่อตอนที่ได้ถูกประทานมา 
            2.ตามพันธสัญญาเก่าฉบับปฐมกาล 5 (ฉบับมาตรฐานแก้ไขใหม่) นูฮฺเกิดหลังจากอาดัมเสียชีวิต 126 ปี

          3.บันทึกโดยบุคอรี






     ผู้คนในสมัยของนูฮฺได้เคารพสักการะรูปปั้นที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้ามาเป็นเวลาหลายชั่วคน พวกเขาเชื่อว่าเทพเจ้าเหล่านี้จะนำความดีมาให้พวกเขา คุ้มครองพวกเขาให้พ้นจากความชั่วและตอบสนองความต้องการของพวกเขาทุกอย่าง พวกเขาเรียกชื่อรูปเคารพเหล่านี้ด้วยนามต่างๆ เช่น วัดด์, สุวาอ์, ยะฆูษ, ยะอู๊ก และนัซร์ ตามอำนาจที่พวกเขาคิดว่าเทพเจ้าเหล่านี้มีอยู่

       อัลลอฮฺได้ทรงเปิดออกเผยให้ทราบว่า : พวกเขา (ผู้บูชาเทวรูป) กล่าวว่า “จงอย่าละทิ้งเทพเจ้าทั้งหลายของพวกท่านและจงอย่าทิ้งวัดด์และสุวาอ์และยะฆูษและยะอู๊กและนัซร์” (กุรอาน 71:23)

      เดิมทีแล้ว ชื่อเหล่านี้เป็นชื่อของคนดีที่มีชีวิตอยู่ในสมัยของพวกเขา แต่หลังจากที่คนเหล่านี้ได้เสียชีวิตไปแล้ว ผู้คนได้สร้างรูปปั้นของคนเหล่านี้ไว้เป็นอนุสรณ์หลังจากที่เวลาผ่านไป ผู้คนก็ได้เริ่มสักการะบูชารูปปั้นเหล่านี้ คนในรุ่นต่อๆมาก็ไม่รู้ด้วยว่าทำไมรูปปั้นเหล่านี้ได้ถูกตั้งขึ้นมา พวกเขารู้แต่เพียงว่าพ่อแม่ของพวกเขาได้สักการะวิงวอนต่อเทวรูปเหล่านี้ นี่คือที่มาของวิวัฒนาการการเคารพรูปปั้น เนื่องจากคนพวกนี้ไม่มีความเข้าใจว่าอัลลอฮฺผู้ทรงอำนาจจะลงโทษพวกเขาสำหรับความชั่วที่เขาได้ทำไว้ พวกเขาจึงกลายเป็นคนเหี้ยมโหดและไร้ศีลธรรม




     อิบนุอับบาสได้อธิบายว่า : “เมื่อคนดีเสียชีวิตลง มารร้ายชัยฏอนก็จะดลใจให้ผู้คนของคนดีเหล่านั้นสร้างรูปปั้นขึ้นมาตรงบริเวณที่เขาเคยนั่ง แต่รูปปั้นเหล่านั้นยังไม่ได้ถูกสักการะกราบไหว้กระทั่งชนรุ่นต่อมาได้หลงออกไปจากแนวทางแห่งชีวิตที่ถูกต้อง หลังจากนั้น ผู้คนเหล่านี้ก็หันมาเคารพสักการะรูปปั้นเหล่านั้น”

     ในฉบับของอิบนุญะรีรฺได้กล่าวว่า : “ในช่วงเวลาระหว่างอาดัมและนูฮฺมีคนดีอยู่หลายคนและคนเหล่านี้มีผู้ปฏิบัติตามที่ยึดถือพวกเขาเป็นแบบอย่าง หลังจากที่คนเหล่านี้เสียชีวิตไป เพื่อนๆของพวกเขาที่เคยเลียนแบบพวกเขาได้กล่าวว่า “ถ้าเราทำรูปปั้นของพวกเขาไว้ มันก็จะทำให้เรามีความสุขยิ่งขึ้นในการสวดวิงวอนของเราและเป็นสิ่งที่เตือนเราให้นึกถึงพวกเขา” “ดังนั้น พวกเขาจึงได้สร้างรูปปั้นของคนเหล่านั้นขึ้นมา

      และหลังจากที่พวกเขาเสียชีวิตไปแล้ว อิบลีสก็ได้คืบคลานไปในความคิดจิตใจของรุ่นหลังและกระซิบว่า “พ่อๆของพวกท่านเคยสักการบูชาพวกเขาและโดยการสักการบูชานี้เองที่ทำให้พวกเขาได้ฝน” ดังนั้น “พวกเขาจึงได้สักการบูชารูปปั้นเหล่านั้น”

          อิบนุ อบีฮาติมได้เล่าว่า : “วัดด์เป็นผู้มีธรรมคนหนึ่งซึ่งเป็นที่รักของผู้คน เมื่อเขาเสียชีวิต ผู้คนได้มายังสุสานของเขาในบาบิโลนและแสดงความเศร้าโศกเสียใจในการตายของเขา เมื่ออิบลีสเห็นเช่นนั้น มันก็แปลงร่างตัวเองเป็นมนุษย์และกล่าวกับผู้คนว่า “ฉันเห็นพวกท่านโศกเศร้าเพราะการเสียชีวิตของคนผู้นี้ ฉันจะสร้างรูปปั้นที่เหมือนกับเขาแล้วตั้งไว้ในสถานที่ที่พวกท่านพบกันเพื่อเป็นสิ่งรำลึกถึงเขาได้ไหม?” ผู้คนต่างเห็นด้วย       ดังนั้น ลูกหลานของพวกเขาจึงได้รับรู้และเห็นสิ่งที่พวกเขาปฏิบัติกัน นอกจากนั้นแล้ว พวกเขาได้เรียนรู้ถึงการทำพิธีรำลึกถึงคนผู้นั้น จนกระทั่งพวกเขายึดเอาคนผู้นั้นเป็นสิ่งสักการะบูชาและเคารพสักการะเขาแทนอัลลอฮฺ ดังนั้น สิ่งแรกที่ได้ถูกสักการะแทนอัลลอฮฺก็คือวัดด์ซึ่งเป็นรูปปั้นที่พวกเขาตั้งชื่อขึ้นมาตามชื่อของคนดีที่พวกเขารัก”